สุขภาพ

ดูแลสุขภาพ

3 พื้นฐานการดูแลสุขภาพ ต้องใส่ใจ ไม่ให้ขาดสมดุล

พื้นฐานการดูแลสุขภาพ

ถ้าพูดถึงการดูแลสุขภาพ คงต้องแบ่งการดูแลสุขภาพออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือก่อนเจ็บป่วย และหลังเจ็บป่วยแล้ว การดูแลสุขภาพของแต่ละช่วงก็คงไม่เหมือนกันวัตถุประสงค์ของการดูแลสุภาพก็ต่างกัน

เหนื่อยล้า

9 สาเหตุความเหนื่อยล้าที่ควรรีบแก้ไข

9 สาเหตุความเหนื่อยล้าที่ควรรีบแก้ไข

เหนื่อยล้า

ความเหนื่อยล้าเป็นสิ่งที่เราๆทุกคนต้องเจอ แต่รู้หรือไม่ว่าสาเหตุเหล่านั้น อาจมิได้เกิดจากการทำงานหนักเพียงอย่างเดียว ยังมีอีกหลายๆปัจจัยที่ควรรู้เพื่อเร่งแก้ไข เพราะมิฉะนั้นอาจทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย เรามาดูกันนะคะว่ามีสาเหตุอะไรบ้าง

สาเหตุที่ 1: พักผ่อนนอนหลับไม่เพียงพอ

นอนไม่เพียงพอ

อาจจะด้วยหลายๆปัจจัยที่แตกต่างกัน ซึ่งต้องสำรวจดูกิจกรรมก่อนนอนว่าอะไรคือกิจกรรมที่ทำให้เรานอนดึก การนอนน้อยเกินไป นั่นอาจส่งผลเสียต่อสมาธิและสุขภาพของคุณได้ แล้วเราควรจะนอนกี่ชั่วโมงกันดี  ผู้ใหญ่ควรได้รับเจ็ดถึงเก้าชั่วโมงทุกคืน

การแก้ไข:

ควรให้ความสำคัญกับการนอนหลับและจัดตารางเวลาให้สม่ำเสมอ ห้ามใช้แล็ปท็อป,โทรศัพท์มือถือและโทรทัศน์ก่อนนอน หากยังคงปัญหากับการนอน ควรขอความช่วยเหลือจากแพทย์

สาเหตุที่ 2: การหยุดหายใจขณะหลับ

หยุดหายใจขณะหลับ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ภัยเงียบที่อาจส่งผลถึงชีวิต บางคนคิดว่าพวกเขากำลังนอนหลับเพียงพอ แต่การหยุดหายใจชั่วขณะตลอดทั้งคืน หรือการหยุดชะงักแต่ละครั้งจะทำให้คุณตื่นขึ้นมาชั่วขณะ แต่คุณอาจไม่รู้ตัว ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น : คุณอดนอนแม้ว่าจะใช้เวลาอยู่บนเตียงแปดชั่วโมงก็ตาม เมื่อตื่นขึ้นมาอาจมีอาการร่างกายไม่สดชื่น ปวดศรีษะ

การแก้ไข:

หากคุณมีน้ำหนักเกิน คุณควรลดน้ำหนัก,เลิกสูบบุหรี่และคุณอาจต้องใช้อุปกรณ์ CPAP เพื่อช่วยให้ทางเดินหายใจของคุณเปิดในขณะที่คุณนอนหลับ

สาเหตุที่ 3: กินไม่พอพลังงานถดถอย

กินน้อย

การกินน้อยเกินไปจะส่งผลทำให้ร่างกายอ่อนเพลียอ่อนเพลีย แต่การกินอาหารที่ไม่ถูกต้อง กินมากเกินไปก็อาจเป็นปัญหาได้เช่นกัน การรับประทานอาหารที่สมดุลจะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติและป้องกันความรู้สึกเฉื่อยชาเมื่อน้ำตาลในเลือดลดลง

การแก้ไข:

กินอาหารเช้าเสมอและพยายามรวมโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนในทุกมื้อ ตัวอย่างเช่นกินไข่กับขนมปังโฮลเกรน รับประทานอาหารมื้อเล็ก ๆ และของว่างตลอดทั้งวันเพื่อพลังงานที่ยั่งยืน

สาเหตุที่ 4: โรคโลหิตจาง

ธาตุเหล็ก

โรคโลหิตจางเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของผู้หญิง การสูญเสียเลือดประจำเดือนนั้น อาจทำให้เกิดการขาดธาตุเหล็กทำให้ผู้หญิงมีความเสี่ยง เซลล์เม็ดเลือดแดงเป็นสิ่งจำเป็นเนื่องจากเม็ดเลือดแดงนั้นจะนำพาออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อและอวัยวะของคุณ

การแก้ไข:

สำหรับโรคโลหิตจางที่เกิดจากการขาดธาตุเหล็ก การเสริมธาตุเหล็กและการรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กเช่นเนื้อไม่ติดมัน,ตับ,หอย,ถั่วและธัญพืชที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่จะสามารถช่วยคุณได้

สาเหตุที่ 5: ไฮโปไทรอยด์

ไฮโปไทรอยด์

ไทรอยด์เป็นต่อมเล็ก ๆ ที่ฐานคอของคุณ มันควบคุมการเผาผลาญของคุณซึ่งเป็นความเร็วที่ร่างกายของคุณเปลี่ยนเชื้อเพลิงเป็นพลังงาน เมื่อต่อมไม่ทำงานและการเผาผลาญทำงานช้าเกินไปคุณอาจรู้สึกเฉื่อยชาและมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น

การแก้ไข:

หากการตรวจเลือดยืนยันว่าฮอร์โมนไทรอยด์ของคุณอยู่ในระดับต่ำ  ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับฮอร์โมนสังเคราะห์ ซึ่งสามารถทำให้คุณมีความรู้สึกรวดเร็วขึ้นมาได้

สาเหตุที่ 6: คาเฟอีนเกินพิกัด

ดื่มกาแฟ

ความเข้มข้นในปริมาณปานกลางของคาเฟอีนสามารถเพิ่มความตื่นตัว แต่มากเกินไปอาจเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิตและความกระวนกระวายใจ และในการวิจัยระบุว่า คาเฟอีนที่มากเกินไปทำให้เกิดความเหนื่อยล้าในบางคน

การแก้ไข:

ค่อยๆลดกาแฟ,ชา,ช็อคโกแลต,น้ำอัดลมและยาที่มีคาเฟอีน การหยุดกะทันหันอาจทำให้เกิดการถอนคาเฟอีนและอ่อนเพลียมากขึ้น

สาเหตุที่ 7: โรคเบาหวาน

ตรวจเบาหวาน

ในผู้ป่วยเบาหวานระดับน้ำตาลที่สูงผิดปกติจะยังคงอยู่ในกระแสเลือดแทนที่จะเข้าสู่เซลล์ของร่างกายซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงาน ผลที่ได้คือร่างกายหมดไอน้ำทั้งๆที่ยังพอกิน หากคุณมีอาการอ่อนเพลียอย่างต่อเนื่องและไม่สามารถอธิบายได้ให้ปรึกษาแพทย์ของคุณเกี่ยวกับการเข้ารับการตรวจเบาหวาน

การแก้ไข:

เริ่มต้นด้วยการรักษาโรคเบาหวานอาจรวมถึงการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเช่นการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายการบำบัดด้วยอินซูลินและยาเพื่อช่วยให้ร่างกายประมวลผลน้ำตาลได้อย่างถูกต้อง

สาเหตุที่ 8:การขาดน้ำ

อาการขาดน้ำ

ความเหนื่อยล้าของคุณอาจเป็นสัญญาณของการขาดน้ำ ไม่ว่าคุณจะออกกำลังกายหรือทำงานนั่งโต๊ะร่างกายของคุณต้องการน้ำ เพื่อให้ร่างกายทำงานได้ดีและเย็นอยู่เสมอ หากคุณกระหายน้ำแสดงว่าคุณขาดน้ำแล้ว

การแก้ไข:

อย่าปล่อยให้รา่งกายหิวกระหายน้ำ ควรดื่มน้ำตลอดทั้งวันเพื่อให้ปัสสาวะของคุณมีสีอ่อน ดื่มน้ำอย่างน้อยสองถ้วยต่อชั่วโมงหรือมากกว่านั้นก่อนออกกำลังกายตามแผน จากนั้นจิบตลอดการออกกำลังกายและหลังจากนั้นดื่มอีกสองถ้วย

สาเหตุที่ 9: ความผิดปกติของการนอนหลับจากการทำงานกะ

ทำงานกะกลางคืน

การทำงานในเวลากลางคืนหรือการหมุนเวียนกะ อาจทำให้นาฬิกาชีวิตภายในร่างกายของคุณเสียได้ คุณอาจรู้สึกเหนื่อยเมื่อต้องตื่น และคุณอาจมีปัญหาในการนอนหลับระหว่างวัน

การแก้ไข:

ในระหว่างการนอนควรจำกัด การเปิดรับแสงของคุณในเวลากลางวันเมื่อคุณต้องการพักผ่อน ทำให้ห้องของคุณมืดเงียบและเย็นสบาย หากยังคงมีปัญหาในการนอนหลับ ปรึกษาแพทย์. อาหารเสริมและยาอาจช่วยได้

 

สุขภาพดี

5 นิสัยในชีวิตประจำวันเพื่อการมีชีวิตที่มีสุขภาพดี

นิสัย

“ความมั่งคั่งคือการมีสุขภาพที่ดี” คำกล่าวนี้ใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะในปัจจุบันนี้ที่โรคภัยอยู่รอบๆตัวทุกหนทุกแห่ง เมื่อการมีสุขภาพดีกลายเป็นเรื่องท้าทายสำหรับพวกเรา …

ประโยชน์ของถั่วอะซูกิ

9 ประโยชน์ของถั่วอะซูกิ

9 ประโยชน์ของถั่วอะซูกิ

9 ประโยชน์ของถั่วอะซูกิ

ถั่วอะซูกิหรือถั่วแดงญี่ปุ่น (Azuki beans ,Adzuki beans)

ถั่วแดงมีอยู่หลายชนิดแต่ที่นิยมปลูกในประเทศไทย ก็เห็นจะมี ถั่วแดงหลวง ,ถั่วนิ้วนาง,ถั่วอะซูกิ…แต่วันนี้ขอแนะนำเอา ถั่วอะซูกิ มาให้ผู้อ่านได้รับชมกันนะคะ …

8 อาหารต้านริ้วรอย

8 อาหารต้านริ้วรอย แก่ก่อนวัย

8 อาหารต้านริ้วรอย แก่ก่อนวัย

มีอะไรบ้างช่วยทำให้ผิวเราแก่ช้าลง

ทั้งภายในและภายนอกด้วยเทคโนโลยีทุกวันนี้ทำให้อายุเป็นเพียงตัวเลข หน้าเด็กโกงอายุกันไปเลยทีเดียวนะคะก่อนอื่นจินอยากให้เข้าใจก่อนว่า ความแก่ ริ้วรอย ความเหี่ยวของผิวตามธรรมชาติของร่างกายคนเราเกิดจากการเสื่อม การเสียหายของคอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิวหนังของเราค่ะ ใต้ผิวหนังของเราจะมีคอลลาเจนต่างๆมากมาย หลากหลายชนิดจะขออนุญาติไม่ลงลึกแต่ละประเภทในบทความนี้นะค่ะ ขอเรียกรวมคอลลาเจนทุกประเภทในบทความนี้ว่า คอลลาเจนค่ะ

ซึ่งถ้าหากเราสามารถรักษาคอลลาเจนเหล่านี้ไว้ได้ให้มันยังคงอยู่ และมันก็จะช่วยทำให้ผิวเหี่ยวช้าลง หย่อนคล้อยช้าลงนะคะ

คอลลาเจนพบมากในโปรตีน ตรงไปตรงมาค่ะ การกินโปรตีนจะไปช่วยสร้างคอลลาเจนโดยตรง และช่วยลดการเสื่อมของคอลลาเจนให้ด้วยค่ะ
แล้วนอกเหนือจากการทานโปรตีนแล้วยังมีอาหารอะไรอีกบ้างที่ช่วยชะลอความเสื่อมของคอลลาเจน เพื่อป้องกันการเหี่ยวของผิวได้อีกบ้าง

1.น้ำมันมะกอก

olive oil

ประเภท Extra Virgin Olive Oil เป็นน้ำมันมะกอกที่ไม่ผ่านกรรมวิธีทำสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานแล้วสร้างคุณประโยชน์หลายอย่างได้เยอะมากรวมถึงป้องผิวคุณจากแสงยูวีและก็เพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนัง

2 ชาเขียว

green tea

แนะนำเป็นชาเขียวที่ไม่มีน้ำตาล เพราะคุณทราบมั๊ยคะว่า เจ้าน้ำตาลจะไปทำให้หลอดเลือดและคอลลาเจนเนี่ยมันเสื่อมสลายตัวเร็วขึ้น ดังนั้นควรดื่มชาเขียวที่ไม่มีน้ำตาลจะได้ประโยชน์สูงสุดกว่า คำถามว่าทำไมชาเขียวถึงช่วยชะลอวัยและช่วยเรื่องคอลลาเจนได้ เนื่องจากในชาเขียวมีสารที่ชื่อโพลาฟีนอล ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบว่ามันช่วยลดสลายตัวของคอลลาเจนได้ และช่วยปกป้องแสง UV ที่จะมาทำลายคอลลาเจนได้ดีด้วยค่ะ

3.ปลาทะเล

sea fish

ทำไมถึงเป็นปลาทะเล มีงานวิจัยว่าถ้าคุณกินติดต่อกัน 3 เดือน คุณจะได้รับโอเมก้า 3 และสารที่เรียกว่าแอสตาแซนทีนเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนังและลดการเสื่อมสลายของคอลลาเจนทำให้ผิวหน้าดูกระจ่างใสด้วยนะคะ และอีกโอเมก้า 3 ทำให้ผิวอิ่มน้ำ ผิวมีน้ำมีนวลกระจ่างใส

4.ช็อกโกแลต

chocolate

ที่มีความเข้มข้น 70 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป หรือดาร์กช็อกโกแลต จะมีสารที่สามารถช่วยป้องกันแสง UV ได้นะค่ะ ซึ่งสาวๆคงจะชอบเหมือนจินนะคะ นอกจากช่วยชะลอความแก่แถมยังทำให้อารมณ์ดีด้วยค่ะ

5.ผักผลไม้

vagatable

กลุ่ม แครอท มะเขือเทศ ฟักทอง ผักหลากสีเหล่านี้จะมีสารตัวที่ ชื่อว่าเบต้าแคโรทีนสารตัวนี้จะปกป้องกันแสงแดด เป็นกันแดดจากธรรมชาติชนิดกินเลยก็ว่าได้นะค่ะ แต่เน้นว่าการทานผักผลไม้ควรเลี่ยงการเติมน้ำตาล ลงไปในมะเขือเทศ แครอท หรือฟักทองนะคะ เพราะว่าน้ำตาลไม่ดีต่อคอลลาเจนนะคะ

6.ส้ม มะนาว พริกหยวก น้ำมะนาว

lemon

มีวิตามินซีสูง ช่วยเพิ่มสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ผิวได้ถึง 37 เปอร์เซ็นต์หมายความว่าจะปกติเราสามารถต่อต้านอนุมูลอิสระได้หยุดแล้วนะคะจากอาหารอื่นๆ หรือภูมิต้านทานต่อสารต้านอนุมูลอิสระที่มีในร่างกาย หากคุณกินวิตามินซีเข้าไปปุ๊บ มันจะไปเพิ่มความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีอีก 37% ซึ่งสูงมากๆเลยนะคะ  

7.ทับทิม

ruby fruit

โห..ทับทิมตื่นเต้นมากๆ เลยนะคะ ทับทิมเป็นผลไม้ที่สวย สมชื่อนะคะแถมมีประโยชน์มากๆ และตอนนี้มีขายแบบน้ำทับทิมสดเยอะมากๆเลย ซึ่งพบว่าในทับทิมมีสารสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อีกทั้งยังช่วยปกป้องแสง UV ด้วยค่ะ

8.อะโวคาโด

avocado

อะโวคาโดเนี่ยเป็นอะไรที่มากด้วยสารอาหารมากมายนะคะ และกำลังนิยมมากๆในบ้านเราเลยที่เดียว อะโวกาโด มีโปรตีนสูง และก็มีสารอาหารอื่นๆอีกมากมายคะ ช่วยเรื่องคอลลาเจนได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียวค่ะ

ก่อนจะจบ หลายๆคน อาจมีคำถามว่า อาหารต้านริ้วรอยที่กล่าวมานั้น วันๆหนึ่งเราต้องกินให้ครบทุกชนิดที่กล่าวมาข้างต้นเลยหรือไม่จึงจะช่วยได้ คำตอบคือไม่ค่ะ ไม่จำเป็นต้องทานครบทั้ง 8 อย่างที่จินพูดถึงข้างต้นแต่คุณสามารถเลือกทานและทานให้หลากหลายในแต่ละวันในกลุ่มอาหารที่จินแนะนำได้ค่ะ  หรือถ้าไม่สะดวกจัดหาแหล่งอาหารจากธรรมชาติ เพื่อปรุงสดในการรับประทาน ก็อาจเลือกแหล่งเสริมอาหารและวิตามินในรูปแบบอาหารเสริมเหมือนจินก็ได้นะคะ  เช่นวิตามินซี ,เบตาแคโรทีน,วิตามินเอ ,หรือน้ำมันปลา, สารสกัดชาเขียว เป็นต้นคะ สำคัญเลือกแหล่งผลิตที่มีคุณภาพมาตราฐานที่เชื่อถือได้จะดีปลอดภัยค่ะ

มาถึงสุดท้ายแล้ว แต่ไม่ท้ายสุดค่ะ จริงๆยังมีอาหารและวิธีการอีกมากมายที่สามารถช่วยชะลอความแก่ ความเหี่ยวที่เกิดจากการเสื่อมของคอลาเจนก็ดี หรือการต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของความเสื่อมก่อนวัย ซึ่งจินจะหาข้อมูลดีๆมาแบ่งปันในบนความต่อๆไปนะคะ 

 

กินอย่างไร? ไกลห่างนิ่วในไต

กินอย่างไร? ไกลห่างนิ่วในไต

กินอย่างไร? ห่างไกลนิ่วในไต

♥วันนี้จินมีโอกาสได้ค้นข้อมูลเกี่ยวกับการกินอาหารเป็นยา​ ช่วยรักษา​ป้องกันสุขภาพได้อย่างไรบ้างค่ะ

พบเว็บไซต์​ NCBI จากสหรัฐ​อเมริกา​ เผยแพร่งานวิจัยเกี่ยวกับโปรตีนจากเนื้อสัตว์​ เป็นสาเหตุการเกิดนิ่วในไตและในงานวิจัยได้กล่าวถึง​ …

Scroll to Top